บทความ

บ้านดิน vs บ้านปูน

เขียนโดย ธนา อุทัยภัตรากูร . Posted in บทความ

หลายครั้งที่ผมได้จัดฝึกอบรมบ้านดินให้กับกลุ่มเยาวชน หลังจากที่ได้ลองทำบ้านดินซักระยะหนึ่ง ผมมักชอบที่จะให้เขาได้ลองคิดถึงข้อดี-ข้อเสียของทั้งบ้านดินและบ้านคอนกรีต คำตอบหนึ่งซึ่งมักจะออกมา เช่น ทำบ้านดินเหนื่อยกว่าทำบ้านปูนหรือคอนกรีตสามารถหาได้ง่ายในขณะที่ดินในบางพื้นที่สร้างไม่ได้ บทความนี้ผมอยากจะมาลองสืบค้นดูว่าคอนกรีตหาได้ง่ายหรือสะดวกกว่าบ้านปูนจริงหรือไม่ อย่างไร

ถ้าเราจะเทียบระหว่างวัสดุที่นำมาก่อสร้างคือ ดิน และคอนกรีต เราต้องเริ่มจากที่มาเดียวกันซะก่อน เพราะฉะนั้นถ้าดินเริ่มต้นที่การเอาจอบมาฟันลงในดิน นำไปคลุกกับทราย (ในกรณีที่ดินที่เรามีมีส่วนผสมของดินเหนียวมากเกินไป) และแกลบ ผสมน้ำซึ่งอาจจะเป็นน้ำประปาหรือน้ำคลองก็ได้

ในส่วนของคอนกรีตนั้นก็ต้องเริ่มต้นจากการระเบิดภูเขา ใช้รถตักขนาดใหญ่ขนวัสดุขึ้นรถบรรทุกเพื่อนำไปบดให้เล็กลง หลังจากนั้นก็จะไปสู่ที่เก็บวัสดุแล้วจึงนำไปบดอีกครั้งเพื่อให้มีความละเอียดมากขึ้นอีก จากนั้นก็จะมีการผสมวัสดุ ซึ่งโดยปรกติแล้วคอนกรีตนั้นไม่ได้มีเฉพาะหินปูนเท่านั้น แต่ยังอาจจะต้องมี หินชอล์ค ดินเหนียว หินชนวน ดินลูกรัง ยิปซัม ฯลฯ ซึ่งอาจจะมาจากแหล่งผลิตเดียวกัน หรือต้องขนส่งมาจากแหล่งอื่น

วัตถุดิบต่าง ๆ จะถูกเก็บไว้ในที่เก็บวัตถุดิบขนาดใหญ่และส่งต่อมาทางสายพาน หลังจากที่วัตถุดิบต่าง ๆ ได้ผสมกันตามสัดส่วนที่ต้องการ จากนั้นก็จะนำไปเพิ่มความร้อนให้กับวัตถุดิบด้วยลมร้อนก่อนที่จะส่งเข้าเตา เผา โดยจะมีการเติมน้ำเล็กน้อยและผ่านเข้าไปในเครื่องทำเม็ด เพื่อให้วัตถุดิบจับตัวเป็นก้อนกลมและสะดวกในการป้อนวัตถุดิบเข้าเตาเผา

เตาเผาจะเป็นเตาเผาเหล็กกล้ารูปทรงกระบอกเอียงเล็กน้อย ข้างในบุด้วยอิฐทนไฟ เตาจะหมุนช้า ๆ ประมาณ 1 - 3 รอบต่อนาที ใช้เชื้อเพลิงถ่านหิน น้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ ใช้เวลาเผาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง ซึ่งอุณหภูมิภายในนั้นสูงสุดถึง 1,600 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว จากนั้นก็จะต้องนำมาละอุณหภูมิโดยต้องมีการควบคุมอัตราการลดลงเนื่องจากจะ ส่งผลถึงความเป็นผลึกของเมล็ดปูน


ต่อ จากนั้นต้องนำส่วนผสมมาบดอีกครั้งก่อนที่จะส่งไปโรงงานบรรจุปูนซีเมนต์อีก ครั้งหนึ่ง ทั้งหมดที่ว่ามานี้เป็นเพียงแค่กระบวนการผลิต ก่อนที่จะถูกส่งไปยังโกดังเก็บและส่งไปยังร้านค้า ยังไม่รวมกระบวนการที่เราต้องไปทำงานหาเงินมาเพื่อซื้อ ขับรถไปซื้อมาจากร้านและทั้งหมดนี้เป็นเพียงกระบวนการผลิต ยังไม่ได้พูดถึงผลกระทบจากการผลิตที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของผู้ที่อยู่ในชุมชนรอบข้างสถานที่ผลิต